เมล็ดบักวีต (Buckwheat )

ประโยชน์ของบัควีทได้รับวิจัยจาก คนจีนจำนวน 805 คนพบกว่า บัควีทช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต และมีงานวิจัยจากผู้หญิงกว่า 36,000 คนที่รัฐไอโอวาในช่วงหกปี พบว่าผู้หญิงที่บริโภคบักวีต (Buckwheat) เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ถึง 21% 

บักวีต (Buckwheat) มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ บักวีตเป็นอาหารในยามขาดแคลนของญี่ปุ่น โดยนำเมล็ดบักวีตมารับประทานเช่นเดียวกับข้าว เช่นต้มกับน้ำทำเป็นข้าวต้ม บดเป็นแป้งแล้วมาทำเส้นโซบะ มีการนำเมล็ดบักวีตที่เรียก groat มาปรุงอาหาร ถ้าเมล็ดคั่วแล้วเรียก kasha แป้งจากบักวีตไม่มีกลูเตน การทำโซบะสดแบบดั้งเดิมที่ใช้แป้งจากบักวีต 90 – 100% จึงต้องใช้ฝีมือในการนวดแป้ง ที่ประเทศจีนทางภาคเหนือนิยมรับประทานบักวีต (Buckwheat ) แทนอาหารประเภทหมี่ ส่วนคนจีนทางภาคใต้จะเอาข้าวบัควีทมาทำเป็นแป้งเกี๊ยวรับประทาน แป้งหมี่ที่ทำจากแป้งข้าวบัควีทเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ดีมากอย่างหนึ่ง มีสรรพคุณ “ช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้และป้องกันหวัด” ว่ากันว่า การรับประทานข้าวบัควีทกับหัวผักกาดขาวจะรักษาพิษอ่อนๆ ได้

ประโยชน์ของบักวีต (Buckwheat )

ประโยชน์ของบัควีทได้รับวิจัยจากคนจีนจำนวน 805 คนพบกว่า บัควีทช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต และมีงานวิจัยจากผู้หญิงกว่า 36,000 คนที่รัฐไอโอวาในช่วงหกปี พบว่าผู้หญิงที่บริโภคบักวีต (Buckwheat) เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ถึง 21%  มาดูกันดีกว่าประโยชน์ของบักวีต (Buckwheat )มีอะไรบ้าง

สารอาหาร ประโยชน์ต่อร่างกาย
ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) สารที่พบมากในผักและผลไม้ จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า สารอาหารชนิดนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและเส้นเลือดภายใน เนื้องอกได้
รูติน (rutin) การต้านการอักเสบ ต้านไวรัส ต้านจุลินทรีย์ และต้านมะเร็ง รักษาโรคภูมิแพ้ช่วยให้อาการของการแพ้ละอองต่างๆ และหอบหืดดีขึ้น รักษาเส้นเลือดขอด และริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นอาการอักเสบของหลอดเลือดดำในลำไส้ตรง และปากทวารอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แมกนีเซียม (Magnesium) แมกนีเซียม ช่วยสังเคราะห์โปรตีนให้ร่างกาย และเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายที่จะทำงานร่วมกับ แคลเซียม อันเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย แมกนีเซียม ยังช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆ เป็นปกติ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
เลซิติน (lecithin) เป็นสารช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ยอดเยี่ยมเพราะเลซิตินดูดซับคอเลสเตอรอล “เลวร้าย” และป้องกันไม่ให้มันจากการถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด เลซิตินมีสภาพเป็นกลางช่วยขับสารพิษและทำความสะอาดระบบน้ำเหลืองและของเสียจากตับ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริโภคอาหารที่มีเลซิตินเป็นประจำช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความวิตกกังวล, ซึมเศร้า, สมองเหนื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรดอะมิโน กรดอะมิโนจำเป็นสารอาหารร่างกายสร้างเองไม่ได้ ช่วยซ่อมแซมอวัยวะที่ซึกหรอต่างๆ โดยสารจำเป็นที่ใช้ในการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนเซลล์ รวมทั้งการสร้างเอนไซม์ (EnZyme) ที่มีบทบาทต่อการทำงานทุกขั้นตอนของร่างกาย
วิตามิน A ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
วิตามิน B ช่วยเสริมสร้างสารสื่อประสาทสมอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง ระบบความจำโดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะเครียด คอเลสเตอรอลสูง บรรเทาสิวชนิดผื่นแดง ช่วยสร้างภูมิต้านทานและเซลล์เม็ดเลือด รวมทั้งบรรเทาอาการทางระบบประสาท รักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ หากขาดจะมีอาการอ่อนเพลีย ชาปลายมือ-เท้า ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น
วิตามิน C เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง มีบทบาทสำคัญในการสร้าง คอลลาเจน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายเส้นเอ็น และคอลลาเจน วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ชะลอความแก่

วิธีปลูกต้นอ่อนบักวีต (Buckwheat )

1.นำเมล็ดบักวีต (Buckwheat ) ทำความสะอาด 2-3 ครั้งแช่น้ำทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง ไม่ควรแช่นานกว่า่นี้เพราะเมล็ดจะดูดนำเข้าไปเยอะทำให่้อัตราการงอกลดลง

2.น้ำเมล็ดใส่กระชอนหรือใส่ขวดที่ปากขวดปิดด้วยผ้าขาวบาง ต้องมั่นใจว่าเทน้ำทิ้งให้หมดห้ามมีน้ำขังอยู่

3.ล้างน้ำให้สะอาด ทุกเช้าเย็น แล้วทำซ้ำข้อ 2 เมื่อเห็นมีสารสีขาวๆคล้ายแป้งต้องล้างน้ำออกให้สะอาด

4.ประมาณ 3-4วันก็สามารถนำเมล้ดไปรับประทานได้